เมื่อชาเขียวแถวหน้าจากญี่ปุ่น Maruzen เลือกคุณภาพจากไร่บุญรอดเป็นแหล่งผลิต ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แห่งแรก!

เมื่อชาเขียวแถวหน้าจากญี่ปุ่น Maruzen เลือกคุณภาพจากไร่บุญรอดเป็นแหล่งผลิต ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แห่งแรก!

ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นแหล่งผลิต ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพราะผู้ผลิตชาเขียวรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น นามว่า มารุเซ็น (Maruzen) ได้จับมือกับบุญรอดฟาร์ม โดยสิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมกันตั้งโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ แห่งแรกในประเทศไทย (1st Japanese Green Tea Factory in Thailand) ขึ้นที่ไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย ในนาม บริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด [Maruzen Foods (Thailand) Co., Ltd.] เราไปทำความรู้จักกับผู้ผลิตชาเขียวรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เหตุใดจึงเลือกไร่บุญรอดเป็นแหล่งผลิต โดยคุณคาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ (Katsutoshi Furuhashi) กรรมการบริหารบริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ชาวญี่ปุ่น ได้ให้เกียรติมาเล่าให้ฟังด้วยตนเอง ถึงประวัติของบริษัทชามารุเซ็นประเทศญี่ปุ่น และเหตุผลที่มาตั้งโรงงานที่ไทย ดังนี้

คุณคาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ (Katsutoshi Furuhashi) กรรมการบริหารบริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด

ความเป็นมาของบริษัทชามารุเซ็นประเทศญี่ปุ่น
บริษัทชามารุเซ็นประเทศญี่ปุ่น (Maruzen Tea Co.,Ltd.) เริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 70 ปีก่อน ที่จังหวัดไซตามะ (Saitama) ใกล้ๆ โตเกียว โดยผู้ก่อตั้งรุ่นแรก (ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3) ต่อมาต้องการขยายธุรกิจจึงย้ายไปยังจังหวัดชิซึโอกะ (Shizuoka) เมืองที่ขึ้นชื่อที่สุดในญี่ปุ่นด้านการปลูกชา ที่ญี่ปุ่นเกษตรกรผู้ปลูกชากับโรงงานผลิตชาจะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน โดยเกษตรกรจะรวมกลุ่มกันรวบรวมทุนแล้วตั้งโรงงานเล็กๆ ขึ้นมา 1 โรงงาน เพื่อรวบรวมวัตถุดิบใบชา (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า อาราฉะ Aracha 荒茶) จากไร่ของสมาชิกแต่ละคน แล้วนำไปขายให้โรงงานผลิตชาเช่นบริษัทมารุเซ็น ซึ่งมารุเซ็นก็ไม่ได้ปลูกชาเอง แต่เป็นโรงงานที่รับซื้อวัตถุดิบชาจากแหล่งปลูกทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยชาแต่ละท้องถิ่นก็จะมีความแตกต่างกัน แต่ด้วยสูตรเฉพาะของมารุเซ็น ทำให้ชาที่แตกต่างเหล่านั้นกลายเป็น ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มารุเซ็นยังเป็นเจ้าแรกที่นำผลิตภัณฑ์ชาเขียวไปจัดจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต จากที่เคยขายให้กับร้านขายส่งธรรมดาเหมือนโรงงานทั่วไป จำหน่ายในรูปแบบของชาใบ ชาซอง และชาผง (Matcha) จะไม่จำหน่ายในรูปของชาเขียวพร้อมดื่ม แต่จะเป็น supplier หลักให้กับผู้ผลิตชาเขียวพร้อมดื่มแถวหน้าของญี่ปุ่น คือ Suntory ในแบรนด์ IyemonCha แทน และลูกค้าหลักอีกกลุ่มหนึ่งของมารุเซ็นก็คือ โรงงานผลิตชาซอง นอกจากมารุเซ็นจะผลิตชาเขียวเพื่อจำหน่ายในญี่ปุ่นเองแล้ว ยังเป็นผู้ผลิตชาเขียวส่งออกรายใหญ่ของญี่ปุ่นไปยังประเทศต่างๆ ด้วย ได้แก่ อังกฤษ อเมริกา ฮ่องกง ไต้หวัน และออสเตรเลีย เพราะตลาดโลกมีความต้องการชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหารมารุเซ็นประเทศญี่ปุ่น จับมือร่วมธุรกิจกับ ผู้บริหารบุญรอดฟาร์ม

เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกมาตั้งโรงงานที่ประเทศไทย ที่ไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย
ด้วยนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นโดยกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ต้องการให้อาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพื่อสอดรับกับการที่ “วาโชกุ” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็น “มรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” เมื่อปีก่อน ซึ่งหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นนั้น ก็มี ชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ อยู่ด้วย โดยรัฐบาลต้องการส่งออกชาเขียวไปใน 5 ประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน อเมริกา สหภาพยุโรป รวมถึงไทยด้วย การส่งออกชาเขียวจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทยนั้นจะต้องฝ่าด่านกำแพงภาษีในอัตราที่สูงมาก (รวมแล้วประมาณ 60%) จึงจำเป็นต้องหาแหล่งปลูกชานอกประเทศญี่ปุ่น ในประเทศที่เป็นตลาดหลักในการนำเข้าชาเขียวของญี่ปุ่นเพื่อลดต้นทุน แต่เนื่องจากสิงคโปร์และฮ่องกงไม่มีพื้นที่ปลูก ส่วนไต้หวันก็มีพื้นที่ค่อนข้างเล็กและมีการปลูกชาอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเลือกประเทศไทยเพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพที่ไทยมี ประกอบกับจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ด้วย ซึ่งไทยก็สามารถเป็นฐานในการผลิตชาเขียวของภูมิภาคนี้ได้อย่างสบาย และด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีอุณหภูมิสูงกว่าญี่ปุ่น ทำให้ใบชาแตกยอดได้ดีสามารถเก็บยอดใบชาได้ปีละ 5 ครั้ง มากกว่าญี่ปุ่นที่เก็บได้เพียงปีละ 2 ครั้ง และไร่บุญรอดจังหวัดเชียงรายก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม มีพื้นที่ปลูกชามากถึง 800 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นชาออร์แกนิก 200 ไร่ อยู่ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร สายพันธุ์ชาที่ปลูกคือ Camellia Sinensis ทำให้ได้ใบชาที่ดีที่สุดมีรสชาติใกล้เคียงกับชาที่คนญี่ปุ่นดื่มกัน ในระดับพรีเมียม และจากการที่ได้ทำการสำรวจไร่ชาต่างๆ ในประเทศไทย ก็พบว่า ไร่บุญรอดมีการบริหารจัดการไร่ชาได้ดีกว่าที่อื่นๆ จึงเลือกมาตั้งโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นที่ประเทศไทย ที่ไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย

คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการบุญรอดฟาร์ม

คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการบุญรอดฟาร์ม ผู้บริหารไร่บุญรอดก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า บริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำระบบการผลิตชาเขียวแบบญี่ปุ่นทั้งระบบมาผลิตในไทย ทั้งการนำเข้าเครื่องจักร พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นมาดูแลกระบวนการผลิตทั้งหมด ตัวโรงงานตั้งอยู่ภายในไร่บุญรอดใกล้กับไร่ชา ทำให้ได้ใบชาสดใหม่ป้อนโรงงาน เพราะใบชาที่เข้าสู่กระบวนการผลิตชาเขียว คือ การอบด้วยไอความร้อน (steamed) จะต้องเป็นใบชาที่เก็บใหม่ๆ เพื่อรักษาคุณสมบัติของ Polyphenols (สารต้านอนุมูลอิสระ) ที่อยู่ในยอดชาให้คงอยู่มากที่สุด การ steamed ทำให้ได้ใบชาที่มีสีเขียวสวยต่างจากชาอื่น ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการ steamed จะใช้ลมเย็นเป่ายอดชาเพื่อรักษาความสด ไม่ให้เกิดเหงื่อ ป้องกันการหมักตัว (fermentation) จึงมั่นใจได้ว่า จะได้ผลิตภัณฑ์ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่ตรงตามมาตรฐานญี่ปุ่น 100% ในส่วนนี้บุญรอดฟาร์มสามารถบริหารไร่ชาให้สามารถเก็บยอดชาได้ทุกวัน ทำให้ได้ใบชาป้อนโรงงานสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้รายใหญ่ของภูมิภาคนี้ และส่งออกชาที่ดีที่สุดไปทั่วโลกด้วย

ไลน์การผลิตชาเขียวภายในโรงงานมารุเซ็น จังหวัดเชียงราย
ไลน์การผลิตชาเขียวภายในโรงงานมารุเซ็น จังหวัดเชียงราย
พิธีชงชาแบบญี่ปุ่น
อุปกรณ์บางส่วนที่ใช้ในพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น

ผลิตภัณฑ์ของมารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) ที่จะผลิตออกวางจำหน่าย ได้แก่

  1. ชาเขียวชงแบบชาใบ มี 2 แบบ คือ แบบธรรมดา (Sencha) และแบบผสมข้าวคั่วญี่ปุ่น (Genmaicha)
  2. ชาเขียวชงแบบซอง (tea bag) มี 2 ขนาด คือ ขนาดเล็ก และขนาดชงกับน้ำได้ 1 ลิตร เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถชงได้ทั้งกับน้ำร้อนและน้ำเย็น
  3. ชาเขียวชงแบบผง (Matcha green tea powder) ซึ่งจะนำไปใช้ในการผลิตอาหารอื่นๆ ต่อไป

ทั้งหมดนี้จะมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความเหนื่อยล้า ความเครียด ควรจะสรรหาสิ่งดีๆ ให้กับร่างกายของตัวเองบ้าง

ชามัทฉะ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ
แปลงปลูกชาที่ไร่บุญรอด จังหวัดเชียงราย

การที่ผู้ผลิตชาเขียวรายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างมารุเซ็น มาตั้งโรงงานในประเทศไทยครั้งนี้ หากมองในแง่เศรษฐกิจอาจทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกชาเขียวรายใหญ่ของโลก นำเงินเข้าประเทศได้มากมายช่วยเศรษฐกิจไทยให้เฟื่องฟูขึ้น แต่หากมองในแง่สังคมก็จะเป็นโอกาสที่ดีที่คนไทยจะมีสุขภาพดีขึ้น เพราะจะได้ดื่มชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ชาดีมีคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงมากขึ้น

ผู้บริหารชาวญี่ปุ่น บริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กับผลิตภัณฑ์ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen ที่จะออกวางจำหน่ายเร็วๆ นี้

ชาเขียวญี่ปุ่นได้รับการพิสูจน์จากคนญี่ปุ่นแล้วว่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ สามารถดื่มในชีวิตประจำวันแทนน้ำเปล่าได้ทุกเพศทุกวัย หากอยากสุขภาพดี (อายุยืนยาว) เหมือนคนญี่ปุ่น ต้องดื่ม ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ แบบไม่หวานไม่เติมน้ำตาล เท่านั้น

สามารถติดตามอ่านเรื่องราวของ ชาเขียว และ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่

,,